โรคตาในสุนัข-แมว พิมพ์
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2011 เวลา 09:53 น.

เมื่อสัตว์เลี้ยงที่ท่านรักมีปัญหาที่ตา ท่านจะทราบหรือสังเกตได้อย่างไรว่าเมื่อไรต้องนำไปพบ สัตวแพทย์ คำแนะนำต่อไปนี้เป็นเพียงการสังเกตอาการหรือความผิดปกติเบื้องต้นเท่านั้น

1 น้ำตาไหลมากกว่าปกติ อาจมาเหตุจาก

1.1 ท่อน้ำตาอุดตัน สุนัขมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด หากแต่มีทางน้ำตาไหลออกจากหัวตาทั้งสองข้าง บางตัวถ้ามีขนสีอ่อน อาจเห็นเป็นทางสีน้ำตาล

1.2 การอักเสบของดวงตา เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส โดนสารเคมี,ฝุ่นผงเข้าตา สุนัขมักมีอาการเจ็บปวดตา หรี่ตา กระพริบตาถี่บางรายมีอาการตาแดงร่วมด้วย

1.3 แผลหลุมที่กระจกตา(ตาดำ) มักมีอาการเจ็บปวดตามาก หลับตาตลอดเวลา น้ำตาไหลมาก หากลองเปิดตาดู อาจพบแผลหลุมที่กระจกตา อาจมีการขุ่นขาวของตาดำร่วมด้วย

1.4 อื่นๆ เช่น ขนตาที่งอกหรือมีทิศทางผิดปกติไปสัมผัสกระจกตา ก่อให้เกิดการระคายเคืองและมีน้ำตาไหลมากได้

2 ตาแดง อาจมีสาเหตุจาก

2.1 การอักเสบของส่วนต่างๆของดวงตา เช่น เปลือก ตา, ตาขาว, ตาดำ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา เป็นต้น

2.2 ต้อหิน เป็นภาวะที่แรงดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในลูก ตาอย่างรุนแรง สุนัขจะมีความเจ็บปวดมาก อาจใช้เท้าตะกุยตา ขนาดของตามักโตมากกว่าปก

3 ตาขุ่นขาว อาจมีสาเหตุมาจาก

3.1 แผลหลุมที่กระจกตา

3.2 ต้อหิน

3.3 การเสื่อมของผนังด้านหน้าและ/หรือด้านหลังของกระจกตา ส่งผลให้มีน้ำแทรกเข้าไปในกระจกตาทำให้ขุ่นขาว

3.4 โดนสารเคมี เช่น แชมพู, ผงแป้งโรยตัว เป็นต้น

3.5 ต้อกระจก เป็นการขุ่นของเลนซ์ตา

 

4 ตาดูแห้งหรือดำกว่าปกติ สาเหตุใดๆก็ตามที่ทำให้กระจกตาขาดความชุ่มชื้นหรือ เกิดการระคายเคืองอย่างเรื้อรังยาวนาน จะทำให้มีเม็ดสีมาสะสมที่กระจกตามากขึ้น ได้แก่

4.1 ตาแห้ง (keratoconjunctivitis sicca) เกิดจากมีการสร้างน้ำตาได้น้อยกว่าปกติ ทำให้กระจกตาขาดน้ำเลี้ยง ผิวตาดำจะดูด้านและมีสีดำมากกว่าปกติเนื่องจากมีเม็ดสีมาสะสม สังเกตได้ว่าสุนัขมักจะมีขี้ตาแห้งเกรอะกรังรอบตาทั้งวัน

4.2 ขนตาที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองอย่างเรื้อรัง จึงมีเม็ดสีมาจับที่กระจกตามากขึ้น

5 ก้อนเนื้อผิดปกติที่ตา อาจมีสาเหตุจาก

5.1 การอักเสบของต่อมหนังตาที่สาม (3rd eyelid gland) มักเห็นเป็นก้อนสีแดงที่หัวตา ขนาดมักขึ้นกับ ระยะเวลาและความรุนแรง ต้องใช้การผ่าตัดแก้ไขเท่านั้น

5.2 เนื้องอกที่หนังตา หรือเยื่อบุที่หนังตาด้านใน

6 ความผิดปกติอื่นๆ เช่น หนังตาเจริญผิดปกติ(พิการ), ขนขึ้นที่ตาขาว(dermoid), ตามีขนาดเล็กกว่าปกติ เป็นต้น

สาเหตุต่างๆและวิธีสังเกตเบื้องต้น คงจะพอช่วยให้เจ้าของสัตว์ทราบว่าเมื่อไรที่สุนัข/แมวของท่านควรที่จะมาพบหมอ

ข้อควรระวัง

หลีกเลี่ยงการซื้อยามาหยอดเอง เนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น เช่นห้ามใช้ยาที่มีส่วนผสมของsteroidหยอดตาในรายที่มีแผลที่กระจกตา

หากตาหลุดมานอกเบ้าจะทำอย่างไรดี?

1 สังเกตก่อนว่าตาทะลุหรือมีแผลเปิดหรือไม่

2 ใช้น้ำสะอาดล้างตาที่หลุดออกมา

3 รักษาความชุ่มชื้นที่กระจกตาโดยการใช้สำลีสะอาดชุบยาล้างตาหรือน้ำสะอาดให้ชุ่ม คลุมลูกตาไว้

4 รีบนำมาพบคุณหมอที่โรงพยาบาล

#ห้ามใช้ยาทาแผลหรือแอลกอฮอลล์ใส่ตามาเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้ตาเสีย

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2011 เวลา 10:20 น.